งานนิทรรศการศิลปะ “ALERT & AWARE” The Art for Food Advertising and Marketing Literacy ศิลปะเพื่อการรู้เท่าทันโฆษณาและการตลาดอาหาร วันที่ 8-12 กรกฎาคม 2569 ที่หอศิลป์ กรุงเทพฯ
“โครงการเด็กไทยรู้ทันโฆษณาและการตลาดอาหาร” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร, สมาคมโรคไม่ติดต่อไทย (NCD Alliance) และเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน ได้กำหนดจัดแสดงนิทรรศการ “ALERT & AWARE: The Art for Food Advertising and Marketing Literacy” ศิลปะเพื่อการรู้เท่าทันโฆษณาและการตลาดอาหาร ขึ้นภายใต้แนวคิด “โฆษณามีหน้าที่ขาย เด็กไทยมีหน้าที่คิด พ่อแม่มีหน้าที่ชวนเรียนรู้” ในวันที่ 8-12 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ ลานนิทรรศการ ชั้น L หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)
“เรามีหนังสือการ์ตูน วิดีโอแอนิเมชั่น คลิปสั้น และเพลงสำหรับเด็ก มากกว่า 1,000 รายการที่พ่อแม่และคุณครูเข้าถึงและนำไปสอนเด็กให้ตื่นรู้และดูออกว่าโฆษณามีเป้าหมายเพื่อขายสินค้า เด็กมีหน้าที่คิดวิเคราะห์ โดยพ่อแม่และครูมีหน้าที่ชวนลูกเรียนรู้เท่าทัน ผู้มาร่วมงานจะได้รับหนังสือการ์ตูนนำไปใช้สอนเด็ก และร่วมกิจกรรมรับของรางวัลมากมาย ” หัวหน้าโครงการฯกล่าว
ทั้งนี้ ในงานวันแรก (8 กรกฎาคม 2569) มีการเปิดนิทรรศการ โดยมี นางสาวพัชรพร พงษ์ทัดศิริกุล ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการรู้เท่าทันและเฝ้าระวังสื่อ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ มาร่วมเปิดงานและกล่าวถึงบทบาทและการสนับสนุนจากองทุนฯ หลังจากนั้นจะเปิดเวทีเสวนาในหัวข้อ “การสร้างความรู้เท่าทันโฆษณาและการตลาดอาหารคู่ขนานกับการสร้างมาตรการทางกฎหมายเพื่อปกป้องสุขภาพเด็ก” โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศร่วมแถลงข่าว ได้แก่
สำหรับนิทรรศการ ALERT & AWARE จะจัดแสดงตั้งแต่วันที่ 8-12 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 – 20.00 น. โดยจำลองพื้นที่เป็น “ซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งการตื่นรู้และดูออก” (The Mart of Being Alert and Aware) เปลี่ยนประเด็นวิชาการให้เป็นศิลปะจัดวาง (Installation Art) ร่วมสมัยที่สนุกสนานผ่าน 12 จุดเช็กอินไฮไลท์ อาทิ:
งานนี้ถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่มีการจัดรณรงค์เรื่องนี้อย่างกว้างขวาง โดยได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายด้านสื่อและด้านสุขภาพ เพื่อร่วมกันผลักดันสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย และสร้างทักษะชีวิตให้เด็กไทย “ตื่นรู้และดูออก” เลือกอาหารจากความรู้ความเข้าใจมิใช่เพียงเพราะอิทธิพลการตลาด