เด็กไทยรู้ทันโฆษณา
และการตลาดอาหาร

เด็ก ๆ ของเราโดนโฆษณาอาหาร พุ่งชนรอบตัวแบบ 24 ชั่วโมง ตัวเลขโรคอ้วนและโรคเรื้อรัง (NCDs) ในเด็กไทยพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งสารพัดสื่อโฆษณาและกลยุทธ์การตลาดสุดเนียนเหล่านี้แหละที่ส่งพลังดึงดูดโน้มน้าวใจให้เด็ก ๆ อยากกิน อยากซื้อ ตลอดเวลา

"ถ้าไม่มีใครช่วยแนะนำ..เด็ก ๆ ก็จะไม่มีภูมิคุ้มกัน
ที่จะสู้กับพลังโฆษณาเหล่านี้เลย"

"ถ้าไม่มีใครช่วยแนะนำ..เด็ก ๆ ก็จะไม่มีภูมิคุ้มกันที่จะสู้กับพลังโฆษณาเหล่านี้เลย"

มูลนิธิสานสุข โดยการสนับสนุนของ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จึงขอช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน “สองต่อ” เพื่อปกป้องสุขภาพของเด็กไทย

สร้างภูมิคุ้มกันทางปัญญา ด้วย "สื่อสร้างสรรค์"
สร้างความรู้เท่าทันโฆษณาและการตลาดอาหาร

สร้างภูมิคุ้มกันทางปัญญา ด้วย "สื่อสร้างสรรค์" สร้างความรู้เท่าทันโฆษณาและการตลาดอาหาร

เราคราฟต์สื่อการเรียนรู้แบบฉบับย่อยง่ายและสนุก เพื่อดีไซน์แนวคิดให้เหมาะกับเด็กแต่ละวัยโดยเฉพาะ:

อนุบาล & ประถม

เรียนรู้ผ่านหนังสือนิทาน และแอนิเมชั่น สนุก เข้าใจง่าย

มัธยม

แอดวานซ์ขึ้นอีกขั้น! เราจัดคอร์สอบรมอัปสกิลให้รู้เท่าทันโฆษณา แถมยังเทรนให้ลองใช้ เทคโนโลยี AI มาผลิตสื่อสร้างสรรค์เพื่อส่งต่อความรู้ให้เพื่อน ๆ อีกด้วย

ส่งเสริมการสร้างปัจจัยที่เอื้อด้วยการผลักดันมาตรการฉลากอาหารที่เข้าใจง่าย

นอกจากการสอนให้เด็กคิดเป็นแล้ว โครงการของเราเดินหน้ารณรงค์และเสนอแนะเชิงนโยบายคู่ขนานกันไป ทั้งการผลักดันให้มี “กฎหมายควบคุมการตลาดอาหาร” และ “ฉลากเตือนหวานมันเค็มชัด ๆ ด้านหน้าซอง” เพื่อเปลี่ยนเรื่องการเลือกอาหารเพื่อสุขภาพให้กลายเป็นเรื่องง่ายนิดเดียวสำหรับทุกคน
เราได้รวบรวมสื่อการเรียนรู้ แอนิเมชัน คลิปสั้น เพลงรณรงค์ปลูกฝังแนวคิดและความรู้เท่าทันทั้งหมดไว้บนเว็บไซต์แห่งนี้เรียบร้อยแล้ว พ่อแม่และคุณครูสามารถหยิบไปจัดกิจกรรมเรียนรู้ที่บ้านและในห้องเรียนได้เลย

มาร่วมสร้างเด็กไทยยุคใหม่ที่ “ตื่นรู้และดูออก” ไปด้วยกันนะคะ

หนังสือการ์ตูนชุด
“แมวตื่นรู้ หนูดูออก”

จำนวน 3 เล่ม (อนุบาล)

วิดีโอ Animation
นักสืบโฆษณา 3 ตอน

ตอนละ 5 นาที (เด็กเล็กจนถึงประถมศึกษา)

เพลงรณรงค์ปลูกฝังแนวคิดรู้เท่าทันโฆษณาและการตลาดอาหาร

(สำหรับเด็กทุกวัย)

Playlist

20 Videos

Playlist

26 Videos

“วัยทีนรู้ทันโฆษณาและการตลาดอาหาร” (มัธยม)

ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เราได้พัฒนาหลักสูตรและจัดอบรมเยาวชนจาก 20 โรงเรียนมัธยม ใน 4 ภาค โรงเรียนละ 30 คน รวม 600 คน ให้มีความรู้เท่าทันสื่อโฆษณาและการตลาดอาหาร และยังสอนให้ใช้ ai ผลิตสื่อคลิปสั้นเพื่อถ่ายทอดความรู้ ส่งเสริมความรู้เท่าทันการตลาดให้กับเพื่อนๆเยาวชนด้วยกันอีกด้วย หลักสูตร นี้ใช้เวลาอบรม 1 วัน เหมาะสำหรับผู้เข้าอบรมจำนวนไม่เกิน 40 คน ผู้เข้าอบรมได้รับความรู้และทักษะจากการลงมือปฏิบัติ
ผลผลิตจากการอบรม 20 โรงเรียน เราได้คลิปสั้นเผยแพร่ความรู้เท่าทันสื่อโฆษณาและการตลาดอาหาร สร้างสรรค์โดยเยาวชน ที่ตื่นรู้และดูออก รวมมากกว่า 1,000 ผลงาน

ครั้งแรกในประเทศไทย ! นิทรรศการศิลปะเพื่อเด็กไทยรู้ทันโฆษณาและการตลาด

งานนิทรรศการศิลปะ “ALERT & AWARE” The Art for Food Advertising and Marketing Literacy ศิลปะเพื่อการรู้เท่าทันโฆษณาและการตลาดอาหาร วันที่ 8-12 กรกฎาคม 2569 ที่หอศิลป์ กรุงเทพฯ 

 “โครงการเด็กไทยรู้ทันโฆษณาและการตลาดอาหาร” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร, สมาคมโรคไม่ติดต่อไทย (NCD Alliance) และเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน ได้กำหนดจัดแสดงนิทรรศการ “ALERT & AWARE: The Art for Food Advertising and Marketing Literacy” ศิลปะเพื่อการรู้เท่าทันโฆษณาและการตลาดอาหาร ขึ้นภายใต้แนวคิด “โฆษณามีหน้าที่ขาย เด็กไทยมีหน้าที่คิด พ่อแม่มีหน้าที่ชวนเรียนรู้” ในวันที่ 8-12 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ ลานนิทรรศการ ชั้น L หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) 

“เรามีหนังสือการ์ตูน วิดีโอแอนิเมชั่น คลิปสั้น และเพลงสำหรับเด็ก มากกว่า 1,000 รายการที่พ่อแม่และคุณครูเข้าถึงและนำไปสอนเด็กให้ตื่นรู้และดูออกว่าโฆษณามีเป้าหมายเพื่อขายสินค้า เด็กมีหน้าที่คิดวิเคราะห์ โดยพ่อแม่และครูมีหน้าที่ชวนลูกเรียนรู้เท่าทัน ผู้มาร่วมงานจะได้รับหนังสือการ์ตูนนำไปใช้สอนเด็ก และร่วมกิจกรรมรับของรางวัลมากมาย ” หัวหน้าโครงการฯกล่าว 

ทั้งนี้ ในงานวันแรก (8 กรกฎาคม 2569) มีการเปิดนิทรรศการ โดยมี นางสาวพัชรพร พงษ์ทัดศิริกุล ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการรู้เท่าทันและเฝ้าระวังสื่อ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ มาร่วมเปิดงานและกล่าวถึงบทบาทและการสนับสนุนจากองทุนฯ  หลังจากนั้นจะเปิดเวทีเสวนาในหัวข้อ “การสร้างความรู้เท่าทันโฆษณาและการตลาดอาหารคู่ขนานกับการสร้างมาตรการทางกฎหมายเพื่อปกป้องสุขภาพเด็ก” โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศร่วมแถลงข่าว ได้แก่ 

  • ทันตแพทย์หญิงปิยะดา ประเสริฐสม ผู้จัดการเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน และผู้เชี่ยวชาญในคณะกรรมการยกร่าง พ.ร.บ. ควบคุมการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพเด็ก จะมาอัปเดตสถานการณ์โรคอ้วนในเด็กและความคืบหน้าของมาตรการทางกฎหมาย 
  • ดร.แพทย์หญิงสุธี สฤษฎีศิริ ผู้อำนวยการกองสร้างเสริมสุขภาพ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร เผยถึงผลกระทบต่อเด็กในเขตกรุงเทพฯ และมาตรการเชิงรุกที่ กทม. กำลังเร่งรัด 
  • ดร. ศุกร์สิริ อิสรชาญวาณิชย์ ประธานมูลนิธิสานสุข และหัวหน้าโครงการฯ แถลงผลประเมินความรู้เท่าทันสื่อของนักเรียนมัธยม 20 แห่ง พร้อมแนะนำคลังสื่อสร้างสรรค์สำหรับครูและผู้ปกครองใช้สอนเด็กไทยให้รู้ทันโฆษณาและการตลาดอาหาร 

 

สำหรับนิทรรศการ ALERT & AWARE จะจัดแสดงตั้งแต่วันที่ 8-12 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 – 20.00 น. โดยจำลองพื้นที่เป็น “ซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งการตื่นรู้และดูออก” (The Mart of Being Alert and Aware) เปลี่ยนประเด็นวิชาการให้เป็นศิลปะจัดวาง (Installation Art) ร่วมสมัยที่สนุกสนานผ่าน 12 จุดเช็กอินไฮไลท์ อาทิ: 

  1. ตะกร้าคิดก่อนซื้อ: เรียนรู้ 12 เทคนิคการตลาดที่พุ่งเป้าเด็ก (เช่น สุขภาพหลอกตาด้วยการอ้างวิตามินบังหน้าปริมาณน้ำตาล, การ์ตูนล่อใจ, ภาพสวยเกินจริง) ผ่านงานศิลปะตกแต่งตะกร้าช้อปปิ้งและร่วมโหวต 3อันดับเทคนิคการตลาดที่พบบ่อยที่สุด 
  2. Mini Theatre “นักสืบโฆษณา” & MV: ชมการ์ตูนแอนิเมชัน 3 ตอน และร่วมเต้นท่า “หนูรู้หนูดูออก” ปลูกฝังแนวคิดตั้งแต่วัยเยาว์
  3. เล่นบท “นักสืบ” เล่นเกมท้าจับโป๊ะโฆษณา: มือถือแว่นขยาย ใบหน้าสวมหน้ากาก “ดวงตานักสืบ” ฝึกวิเคราะห์สื่อโฆษณา ตอบคำถามเพื่อรับรางวัล 
  4. โซนหนังสือการ์ตูน: เขาวงกตรูปเครื่องหมายคำถามที่เรียงรายด้วยหนังสือการ์ตูนชุด “แมวตื่นรู้ หนูดูออก” ซึ่งแจกให้ผู้เข้าชมฟรี มีที่นั่งให่พ่อแม่อ่านให้ลูกฟัง พร้อมมีคู่มือพ่อแม่ (parent guide)  พาลูกเรียนรู้ผ่านหนังสือการ์ตูนชุดนี้
  5. ประติมากรรมยักษ์ซองขนมและขวดน้ำอัดลม: ตีแผ่สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในบรรจุภัณฑ์ที่โฆษณาไม่ได้บอก เช่น แป้ง น้ำตาล โซเดียม และไขมัน และสื่อถึงคำว่า อาหารขยะ 
  6. ฉลากจริงใจในเม็กซิโก: โซนพิเศษเปรียบเทียบซองขนม ขวดน้ำอัดลม นมกล่อง ผลิตภัณฑ์จริงจากประเทศเม็กซิโกที่มีกฎหมายฉลากเตือนสีดำชัดเจนด้านหน้าซอง (พลังงานสูง น้ำตาลสูง โซเดียมสูง) พร้อมเปิดให้ประชาชนร่วมโหวตเชิงสัญลักษณ์ว่าประเทศไทยควรมีฉลากเตือนลักษณะนี้หรือไม่ 
  7. คนเสพสื่อ คนสร้างสื่อ: นำเสนอคลิปสั้นและเพลงเนื้อหาเกี่ยวกับการรู้เท่าทันสื่อโฆษณาและการตลาด มากกว่า 1,000 ชิ้น ผลงานเยาวชนไทย 600 คน จาก 20 โรงเรียนมัธยม ที่ฝึกใช้เทคโนโลยี AI ผลิตคลิปสั้นอย่างมีจริยธรรม 
  8. The Art of Saying NO: ห้องจำลองสถานการณ์จริงให้ผู้เข้าชมฝึกพูดคำว่า “ไม่” กับ “นักขายมือทอง” อย่างสุภาพและหนักแน่น เพื่อไม่ให้ถูกกดดันจากการตลาด 

 

งานนี้ถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่มีการจัดรณรงค์เรื่องนี้อย่างกว้างขวาง โดยได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายด้านสื่อและด้านสุขภาพ เพื่อร่วมกันผลักดันสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย และสร้างทักษะชีวิตให้เด็กไทย “ตื่นรู้และดูออก” เลือกอาหารจากความรู้ความเข้าใจมิใช่เพียงเพราะอิทธิพลการตลาด